และสามารถพบกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/DuangHathaiCampOfficial
บ้านอบรมผู้ฝึกหัด ขั้นเยาวนารีมัธยมปลาย
ปีการศึกษา 2561/2018
ปัจจุบัน มีเยาวนารีจำนวน 12 คน มาจาก 3 สังฆมณฑลคือ สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลอุดรธานีและสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
โดยมี ซิสเตอร์อริสรา สุริปะ รับผิดชอบดูแลซึ่งจะมารับหน้าที่ในอีก 3 เดือน
ปีการศึกษา 2562/2019
ปัจจุบัน มีเยาวนารีจำนวน 11 คน มาจาก 3 สังฆมณฑลคือ สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลอุดรธานีและสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
โดยมี ซิสเตอร์อริสรา สุริปะ เป็นผู้ดูแลเยาวนารี ม.ปลาย
ปีการศึกษา 2563/2020
ปัจจุบัน มีเยาวนารีจำนวน 14 คน มาจาก 3 สังฆมณฑลคือ สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลอุดรธานี และสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
โดยมี ซิสเตอร์หทัยทิพย์ ยอดสุขประเสริฐ เป็นผู้ดูแลเยาวนารี ม.ปลาย
และสามารถพบกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/BANLUIGINA

อนุสรณ์แห่งการเฉลิมฉลอง 75 ปีแห่งการก่อตั้งคณะ
เลขที่ 154 ถนนรถไฟ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี
เนื่องด้วย คณะภคินีผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ มีจำนวนสมาชิกอาวุโสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อารามโรงเรียนนารีวิทยาอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะกับการอภิบาลสมาชิกผู้ป่วยและผู้อาวุโส เพราะสถานที่คับแคบ มีมลภาวะทางเสียงจากโรงเรียน และไม่สามารถจัดสภาพอาคารที่พักให้เหมาะสมกับความต้องการของบรรดาผู้อาวุโสได้
ดังนั้น ตั้งแต่ ปี 2005 คณะที่ปรึกษาของคณะได้ดำเนินการหาที่ดินและจัดสร้างอาคารที่พักสำหรับสมาชิกผู้อาวุโส และในเวลาเดียวกันก็จัดให้เป็นที่พัก และสถานที่จัดอบรม จัดเข้าเงียบสำหรับสมาชิกทั้งคณะ เฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับสมาชิกที่ทำงานในสังฆมณฑลราชบุรี ซึ่งมีการพบกันและมีกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสมาชิกให้สามารถรับใช้พระศาสนจักรได้ดียิ่งขึ้นและยาวนานต่อไป
ในโอกาสที่ปี 2012 เป็นปีที่ 75 แห่งการก่อตั้งคณะ คณะซิสเตอร์ผู้รับใช้ฯ จึงทำการเปิดและเสกบ้าน “พรพัชรหทัยนิรมล” ในวันนี้ เพื่อเป็นอารามของคณะแห่งใหม่ในสังฆมณฑลราชบุรี เพื่อให้ บ้านนี้ เป็นอนุสรณ์แห่งความรู้คุณต่อพระพรของพระเจ้า ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ พระสังฆราช กาเยตาโน ปาซอตตี บิดาผู้ตั้งคณะ และบรรดาผู้มีอุปการคุณต่อคณะ ตลอด 75 ปี ที่ผ่านมา และขอพรจากพระเจ้า เพื่อให้คณะจะได้ก้าวในการรับใช้พระองค์ในพระศาสนจักร ตามเจตนารมณ์ของคณะต่อไป
ปี 2015/2558 บ้านพรพัชรหทัยนิรมล มีซิสเตอร์พวงทิพย์ ผลประดิษฐ์ อธิการบ้าน ดูแลซิสเตอร์ผู้อาวุโส ซิสเตอร์วิไลวรรณ ยนปลัดยศ ช่วยดูแลอภิบาลซิสเตอร์ผู้อาวุโส ซิสเตอร์สุภา ทองอำไพ และบรรดาซิสเตอร์ผู้อาวุโสที่พักรักษาตัว พักภาวนา อีก 13 ท่าน
ปี 2016/2559 บ้านพรพัชรหทัยนิรมล มีซิสเตอร์พวงทิพย์ ผลประดิษฐ์ อธิการบ้าน ดูแลซิสเตอร์ผู้อาวุโส ซิสเตอร์วิไลวรรณ ยนปลัดยศ ช่วยดูแลอภิบาลซิสเตอร์ผู้อาวุโส และบรรดาซิสเตอร์ที่พักรักษาตัว พักภาวนา อีก 14 ท่าน
ปี 2017/2560 บ้านพรพัชรหทัยนิรมล มีซิสเตอร์พวงทิพย์ ผลประดิษฐ์ อธิการบ้าน ดูแลซิสเตอร์ผู้อาวุโส ซิสเตอร์วิไลวรรณ ยนปลัดยศ ช่วยดูแลอภิบาลซิสเตอร์ผู้อาวุโส และบรรดาซิสเตอร์ที่พักรักษาตัว พักภาวนา อีก 14 ท่าน
ปัจจุบัน ปี 2018/2561 บ้านพรพัชรหทัยนิรมล มีซิสเตอร์พวงทิพย์ ผลประดิษฐ์ อธิการบ้าน ดูแลซิสเตอร์ผู้อาวุโส ซิสเตอร์วิไลวรรณ ยนปลัดยศ ช่วยดูแลอภิบาลซิสเตอร์ผู้อาวุโส ซิสเตอร์สายรุ้ง สระทองเถื่อน และบรรดาซิสเตอร์ผู้อาวุโสที่พักรักษาตัว พักภาวนา อีก 15 ท่าน

พบกับเราได้ที่นี่..https://www.facebook.com/pornpatcharahathainiramon
บ้านพระมารดาแห่งสันติภาพ.....
คณะภคินีผู้รับใช้ฯ ในประเทศกัมพูชา
คณะภคินีผู้รับใช้ฯ ได้ติดตามสภาพทางสังคมและสภาพของพระศาสนาจักรหลังสิ้นสุดสงคราม กลางเมืองของประเทศกัมพูชาแล้ว เห็นว่า ประเทศอยู่ในสภาพที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
คณะซาเลเซียนและคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ได้เข้าไปช่วยเหลือเยาวชนชาย-หญิงตามจิตตารมณ์ของคณะ
ในปี ค.ศ.1993 สมัยที่คุณแม่อังแนสวิไลวรรณ ยนปลัดยศ ดำรงตำแหน่งอธิการิณีเจ้าคณะ คุณพ่อประธาน ศรีดารุณศีล อธิการเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย ได้เชิญคณะให้ไปร่วมทำงานที่กัมพูชา คณะภคินีฯผู้รับใช้ได้ทราบความต้องการเร่งด่วนของพี่น้องชาวกัมพูชา ในด้านศาสนาและศีลธรรม ที่สุด
ในปี ค.ศ. 1997 คณะได้ส่งซิสเตอร์พรทิพย์ แก้วกิ่งและ ซิสเตอร์สุดาทิพย์ เจริญพานิช ไปทำงานในประเทศกัมพูชาในนามของคณะธรรมทูตไทยที่วัดกำปงโรเต๊ะ จังหวัดกำปงธม ร่วมกับพระสงฆ์ในงานอภิบาล มีงานสอนคำสอน งานพิธีกรรม งานอภิบาลครอบครัวและงานด้านฝึกอาชีพ สำหรับสตรีและเยาวชน ดูแลเด็กและเยาวชนที่มาจากหมู่บ้าน มาพักที่หอพักของวัด เพื่อไปเรียนในเมือง ในปี ค.ศ. 2002 ซิสเตอร์มารีอา กัลยา ฉัตรบรรยงค์ ได้ถูกส่งเป็นธรรมทูตคนที่ 3
ปีค.ศ. 2002-ค.ศ. 2009 ซิสเตอร์ทั้งสามได้เริ่มและเปิดโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ขึ้นอีก 2 ชุมชน จากการทำงานใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน เมล็ดพันธุ์แห่งกระแสเรียกก็เริ่มงอกงามและเกิดผล ซิสเตอร์มารีย์มักดาเลนา สุขลิน กึก ได้ถวายตัวครั้งแรกแด่พระเจ้าในเดือนพฤษภาคม
ปี ค.ศ. 2010 ที่กัมปงธม ทำให้มีสมาชิกทำงานในกัมพูชาเพิ่มขึ้นเป็น 4 คน
ปี ค.ศ. 2012 ปีที่ 75 แห่งการก่อตั้งคณะ พระเจ้าทรงประทานพระคุณแห่งชีวิตธรรมทูตแก่คณะ
เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง คือซิสเตอร์เทเรซา จีรนันท์ กิมเล็ก ได้ไปเริ่มชีวิตธรรมทูตในกัมพูชาจึงมีสมาชิกภคินีผู้รับใช้ฯ 5 คนดำเนินงานอยู่ที่กัมปงธม ซึ่งพระสังฆราชฟีกาเรโด(กีเก้) เอส.เจ. มอบหมายงานใหม่ให้ทำที่เสียมเรียบ อีกแห่งหนึ่ง นับเป็นอีกก้าวหนึ่งในงานธรรมทูต และเป็นผลแห่งการทรงนำของพระเจ้า ร่วมกับความเสียสละและความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกทุกคน ซึ่งมั่นใจในพระวาจาที่ว่า “เมล็ดที่ยอมเปื่อยเน่าไป ก็จะเกิดผลมาก”
บ้าน “เยาวสตรีหทัยนิรมล” เชียงใหม่
สืบเนื่องจากนโยบายของสมัชชาสามัญครั้งที่ 9 (ค.ศ.2005) และสมัชชาสามัญครั้งที่ 10 (ค.ศ. 2010) ที่มีนโยบายจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั้งฝ่ายกายและจิตใจ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสานต่อภารกิจและเจตนารมณ์ของพระสังฆราชกาเยตาโน ปาซอตตี บิดาผู้ตั้งคณะ ที่ได้วางแนวทางปฏิบัติ ให้คณะภคินีผู้รับใช้ฯ ทำความดีเพื่อช่วยเหลือเด็กและสตรี
ในปีการศึกษา 2554 คณะจึงได้ดำเนินการเปิดบ้านใหม่ “บ้านเยาวสตรีหทัยนิรมล” ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 5 ตำบลสำราญราษฎร์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือเยาวสตรีที่ยากจ กำพร้า ด้อยโอกาส ให้มีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย ได้รับการศึกษาในระดับมัธยมปลายหรืออาชีวะศึกษา
ทั้งนี้เพื่อพัฒนาพื้นฐานความเป็นมนุษย์ให้กับเยาวสตรี ให้มีความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของตน เคารพเกียรติศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกันและกัน สามารถเจริญชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมด้วยความมั่นใจและมีความสุข อีกทั้งวางรากฐานชีวิตคริสตชนให้ลึกซึ้งสามารถบูรณาการความเชื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมและชีวิตประจำวันของตน โดยหวังว่าการอบรมในบ้านนี้จะช่วยให้เยาวสตรีสามารถปรับตัวเท่าทันเหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลกยุคปัจจุบัน มีแรงบันดาลใจที่จะอุทิศตนเพื่อสังคมและความต้องการของท้องถิ่น มีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะด้านการงานอาชีพ จนสามารถเป็นผู้นำที่พัฒนาตนเอง และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป
คณะได้เปิดบ้านทำงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 มีเยาวสตรีกลุ่มชาติพันธ์กลุ่มแรก 10 คน จากเผ่าปากาเกอะญอ และละว้า หรือ ลั้ว พร้อมผู้ปกครอง รวมกันที่สวนเจ็ดริน เวลา 11.00 น. ออกเดินทางไปสันกำแพง ถึงบ้านเยาวสตรี เวลา 12.30 น. ช่วยกันยกข้าวของต่าง ๆ เข้าบ้าน และชมบ้านที่พักของเยาวสตรี เวลา 13.00 น. อธิการิณีเจ้าคณะทักทายและพูดคุยกับผู้ปกครองและเยาวสตรีเหล่านี้ว่า “คณะให้ความสำคัญในการต้อนรับผู้ปกครองและเยาวสตรีทุกคน แม้ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กๆ ก็ตาม คณะให้ซิสเตอร์สุมิตรา โจสรรค์นุสนธิ์ มาอยู่ด้วย แม้ซิสเตอร์จะมีงานอื่นที่ต้องทำด้วย แต่ซิสเตอร์ก็มาอยู่กับพวกเราที่นี่ บ้านนี้เป็นบ้านในฝันของซิสเตอร์ คณะปรารถนาให้เยาวสตรีโดยเฉพาะชนเผ่าที่อยู่ในสังฆมณฑลเชียงใหม่ มีชีวิตที่ดี มีโอกาสทางการศึกษาและได้รับการอบรมเป็นคริสตชนที่ดี มีความเชื่อในพระเจ้า แล้วกลับไปเป็นผู้นำในชุมชนหรือในท้องถิ่นของตัวเองได้อย่างมั่นใจ ที่นี่เป็นบ้านแรกของคณะในภาคเหนือ ในการเริ่มงานนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขและรักบ้านของตัวเอง ให้ความร่วมมือกับซิสเตอร์ผู้ดูแลที่อยู่กับพวกเราอย่างดี”
ชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและชีวิตคริสตชนที่เข้มข้นตามคุณค่าพระวรสารได้เริ่มขึ้นแล้ว เยาวสตรีทั้ง 10 คนมีน้ำใจดีได้ทุ่มเททั้งกายใจ ร่วมมืออย่างดีกับกระบวนการอบรมแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่งานก่อสร้างยังไม่เสร็จกำลังก่อสร้างบ้าน ความไม่สะดวกสบายภายนอกไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาชีวิตของเยาวสตรี แต่กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจและเป็นพลังให้พวกเขารักบ้าน รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของบ้าน และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พร้อมทั้งปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน มั่นใจในตัวเองที่จะอยู่ร่วมสังคมกับคนในเมืองและการเรียนที่ยากขึ้น เอาชนะอุปสรรคต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่น รู้ทิศทางและมีเป้าหมายในชีวิตที่จะต้องเดินไปให้ถึง จึงเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแรงผลักดันให้พวกเขามีความมุ่งมั่นแม้จะพบกับความยากลำบากก็ตาม
ในปีการศึกษา 2555 มีเยาวสตรีจากหมู่บ้านต่างๆ มาเพิ่มอีก 15 คน จากเผ่าปากาเกอะญอ รั้ว และอาข่า ซึ่งรู้จักบ้านนี้จากเชื้อแป้งที่ดีของรุ่นแรกที่เป็นพยาน เมื่อกลับไปที่หมู่บ้านของตนก็แนะนำกันต่อๆ ไป ทำให้เยาวสตรีรุ่นที่สอง มีความปรารถนาที่จะเติบโตด้วยความมั่นคงปลอดภัยและมีการศึกษาที่ดีเช่นกัน
บรรยากาศของบ้านจัดให้เหมาะสมสำหรับเยาวสตรี เพื่อจะได้หยั่งรากความเชื่อคาทอลิกที่ลึกซึ้ง เยาวสตรีเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนชีวิตคริสตชนอย่างเข้มข้น เจริญชีวิตอยู่ด้วยกันในบรรยากาศแห่งความรักฉันพี่น้อง แม้พวกเขาจะมาจากต่างเผ่า ต่างวัฒนธรรม ต่างวิถีชีวิต และต่างสภาพแวดล้อม แต่พวกเขาก็สามารถที่จะสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้ด้วยความรักแบบคริสตชน ตามคุณค่าแห่งพระวรสารที่หล่อเลี้ยงพวกเขาทุกวันด้วยการอ่าน ฟัง รำพึงพระวาจา สวดภาวนาเช้าค่ำ ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ ประชุมพลมารี นำคุณค่าเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันด้วยการทำหน้าที่ต่างๆ ของตนด้วยความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ทำอาหารในแต่ละมื้อ รีดผ้าของทุกคน ฝึกการรับผิดชอบพิธีกรรม ฝึกการใช้เงินอย่างรู้คุณค่าโดยการทำบัญชีประจำวันและสรุปรายรับ รายจ่ายทุกสิ้นเดือน ฝึกฝนคุณธรรมต่างๆ ให้รู้จักปกครองตัวเอง และมีเป้าหมายในชีวิต (เส้นทางชีวิตหลังจากศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วจะไปไหน ?) หัวใจและจิตวิญญาณของเยาวสตรีเหล่านี้เป็นประดุจผ้าขาว พร้อมที่จะเปิดรับและเรียนรู้ ฝึกฝนตนเองด้วยความเอาใจใส่ รู้คุณค่า และกตัญญูรู้คุณต่อพระเป็นเจ้าและผู้มีพระคุณในชีวิตของพวกเขา ซึ่งตระหนักและพูดเสมอว่า “พวกเขาขอบพระคุณพระเป็นเจ้า ขอบคุณคณะซิสเตอร์ผู้รับใช้ฯที่ให้โอกาสในช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต ให้บ้านที่สวยงาม ดูแลเอาใจใส่และเติมเต็มชีวิตพวกเขาอย่างดี พวกเขาจะให้ความร่วมมือกับคณะด้วยความรู้คุณ”
งานในพื้นที่สังฆมณฑลเชียงใหม่ หรือดินแดนแห่งล้านนานี้ คณะภคินีผู้รับใช้ฯ ได้ค้นพบว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมั่งคั่งด้วยวัฒนธรรม และมีงานมากมายที่คอยอยู่ ให้เราเป็นเครื่องมือของพระเจ้าเพื่อรับใช้ประชากรของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กๆ และเยาวชน ดังนั้นงานดูแลบรรดาเยาวสตรีเหล่านี้ทั้งด้านร่างกาย จิตวิญญาณ สติปัญญา อารมณ์และสังคม จึงถือว่าเป็นภารกิจสำคัญยิ่ง เพื่อให้พระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าที่อยู่ภายในบรรดาเยาวสตรีเหล่านี้จะได้ส่องแสงท่ามกลางสังคมปัจจุบันอย่างมีคุณค่า
หลังจากที่คณะเคยมาช่วยงานของสังฆมณฑลเชียงใหม่สมัยพระสังฆราชรัตน์ บำรุงตระกูล ที่วัดแม่พระองค์อุปถัมภ์ โรงเรียนศิริมาตย์เทวี เมืองพาน จังหวัดเชียงราย (ค.ศ.1977–1991) และวัดนักบุญโยเซฟกรรมกร จังหวัดแพร่ (ค.ศ.1980–ค.ศ.1984) แต่ได้ปิดไปเนื่องจากคณะยังไม่พร้อมด้วยหลายประการ แต่จิตตารมณ์ธรรมฑูตที่ขับเคลื่อนให้คณะล่องใต้จนสุดแหลมทองแล้ว ยังมีพลังส่งให้ขึ้นเหนือมาสัมผัสวัฒนธรรมล้านนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในบรรดาเยาวสตรีชนเผ่าเหล่านี้ด้วย
บ้าน “เยาวสตรีหทัยนิรมล” จึงเป็นบ้านหลังแรกของคณะผู้รับใช้ฯ ในเขตสังฆมณฑลเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ ได้รับรองจากพระสังฆราชวีระ อาภรรัตน์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 (จดหมายที่ชม.250/2011) บ้านนี้จึงเป็นบ้านแห่งพระพร เป็นบ้านแห่งรักที่รวมความแตกต่าง ความหลากหลาย และความงามของวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในความรักของพระเจ้าที่ซึ่งทุกคนเจริญชีวิตอยู่ด้วยความอิสระ และสามารถพัฒนาศักยภาพตามพรสวรรค์ของแต่ละคนอย่างเต็มที่
https://www.facebook.com/profile.php?id=100026186509661

บ้านธารหทัย
ประวัติความเป็นมาของบ้านธารหทัย
ปี ค.ศ. 1999 โอกาสเตรียมปีปีติมหาการุญ และเพื่อสนองพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ให้อยู่เคียงข้างคนยากจน คนรอคอยโอกาส และในเวลาเดียวกันในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปี การก่อตั้งคณะซิสเตอร์ผู้รับใช้ฯ มติจากการประชุมสมัชชาสามัญครั้งที่ 8 ได้กำหนดให้ดำเนินการสร้างบ้านเพื่อช่วยเหลือเด็กรอคอยโอกาส อย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนและ มีผลต่อกิจการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ประจวบกับคุณพ่อปีเตอร์ บุญนาค ทองอำไพ ถึงแก่กรรม ในพินัยกรรมของท่านระบุเงินฝากธนาคารมอบให้คณะภคินีผู้รับใช้ฯ คณะจึงใช้เงินจำนวนนี้เพื่อสร้างบ้านสำหรับเด็กยากจนตามโครงการของคณะ บ้านธารหทัย จึงกำเนิด ณ บ้านเลขที่ 4 หมู่ 9 ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี บ้านนี้จึงเป็นผืนนาที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งข่าวดีและเป็นพยานหล่อเลี้ยงชีวิต ในการรับใช้สังคมผู้รอคอยโอกาสของคณะภคินีผู้รับใช้ฯ ที่เอื้อต่อการปฏิบัติตามจิตตารมณ์แรกเริ่มของคณะ
วัตถุประสงค์ของบ้านธารหทัย
ผู้รับผิดชอบบ้านธารหทัย
คือ ซิสเตอร์วิไลวรรณ ยนปลัดยศและซิสเตอร์นิตยา โจสรรค์นุสนธ์ (แทนชั่วคราว )
คือ ซิสเตอร์พวงผกา ราชธน
คือ ซิสเตอร์ลัดดา ทศไพสนธิและ ซิสเตอร์ประทุมวัลย์ กิจแก้ว
งบประมาณของบ้านธารหทัย
การดำเนินกิจการของบ้านธารหทัย
วันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1999 เป็นวันที่เริ่มรับเด็กหญิงเผ่ากระเหรี่ยง จากหมู่บ้านตะโกล่าง จำนวน 11 คน เข้ามาอยู่ในบ้านธารหทัย ได้ส่งเด็กเหล่านี้ไปเข้าเรียนในโรงเรียนบ้านหนองขาม ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านธารหทัย 2 กิโลเมตร ต่อมารับเด็กหญิง และเด็กชาย จากชุมชนกระเหรี่ยง ในแถบชายแดนสวนผึ้ง และเด็กไทยอื่นๆ ที่สภาพครอบครัวไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตที่กำลังเติบโตของพวกเขา มาอุปการะ เลี้ยงดู อบรม ให้การศึกษาจนถึงชั้นสูงสุด ให้ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพเบื้องต้น ในด้านเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ งานประดิษฐ์ดอกไม้ ประดิษฐ์ของชำร่วย และดนตรีสากลเบื้องต้น
วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 ได้มีพิธีเปิดและเสกบ้านธารหทัยอย่างเป็นทางการ โดย ฯพณฯ มนัส จวบสมัย ประมุขสังฆมณฑลราชบุรี บุคคลสำคัญในท้องถิ่น เช่น นายกเทศมนตรีเทศบาลป่าหวาย นายแพทย์ประจำโรงพยาบาลสวนผึ้ง และเจ้าของที่ดินเดิม พร้อมกับคณะพระสงฆ์ ซิสเตอร์ ผู้ฝึกหัดของคณะผู้รับใช้ฯ คุณครูจากโรงเรียนนารีวิทยา วงดุริยางค์โรงเรียนนารีวิทยา นักเรียนประจำ ฯลฯ
กิจการในปีแรก มีปัญหาหลายด้าน เนื่องจากสภาพแวดล้อมโดยทั่วไป อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ยังไม่ครบถ้วนและเด็ก ๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ แต่เด็กที่โตประมาณชั้นประถมปีที่ 3 ขึ้นไป รู้จักช่วยเหลืองาน อดทนและดูแลน้องๆ เชื่อฟังเป็นอย่างดี และมีคนงานชาย คนงานหญิง คนขับรถ ช่วยเหลือ พร้อมได้รับศาสนบริกรด้านพิธีกรรมจากคุณพ่อดำรง บุญรติวงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญอักแนส ชัฎป่าหวาย ได้รับการประสานงานด้านกิจการเมตตาปราณี จากมาแมร์โรเบิร์ต (คณะอุร์สุลิน) ซึ่งอยู่ ณ วัดแม่พระนิจจานุเคราะห์ ทุ่งเขาหลวงเช่น การพาไปเยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วยที่ค่ายอพยพ หมู่บ้านตามชายแดน และได้นำสิ่งของไปแบ่งปันให้ผู้ลำบากกว่า ได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากบรรดาสมาชิกในคณะภคินีผู้รับใช้ฯ ที่สลับกันมาเยี่ยมเยียน นำสิ่งของมาฝาก และช่วยสนับสนุนด้านต่างๆ มีผู้ใจบุญสนใจ ให้ความเอาใจใส่มาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ หลายท่านอยากสัมผัส อยากรู้จักบ้านธารหทัย เมื่อได้ยินว่าคณะภคินีผู้รับใช้ ฯ เปิดบ้านเพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ยากไร้
ในปีต่อๆ มา จนถึงปัจจุบัน บ้านธารหทัย ได้รับเด็กเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กที่ขัดสน จากปัญหาสภาพครอบครัว แตกแยก ถูกทอดทิ้ง แยกเด็กออกจากสภาพที่มีอันตรายจากการล่วงละเมิดทางเพศจากบุคคลในครอบครัว เด็กที่ถูกใช้แรงงาน สภาพแวดล้อมสี่ยงต่อการติดยาเสพติด เด็กที่บ้านอยู่ห่างไกล จากสถานศึกษามาก ไม่มีโอกาสได้เรียน หรือผู้รอคอยโอกาสอื่นๆ ส่งให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนในโรงเรียนใกล้บ้านและเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว ก็ได้ส่งต่อไปเรียนที่โรงเรียน สารสาสน์วิเทศบางบอน ซึ่งช่วยอนุเคราะห์เรื่องทุนการศึกษาต่อไป จนสามารถประกอบอาชีพได้

และสามารถพบกับเราได้ที่https://www.facebook.com/bantanhathai
นวกสถานคณะภคินีผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
สามพราน จ.นครปฐม
1. ประวัติความเป็นมาของนวกสถานของคณะภคินีผู้รับใช้ ฯ
“บรรยากาศของสถานอบรมมีความสำคัญในการทำให้การอบรมบรรลุเป้าหมาย” (พระวินัยคณะผู้รับใช้ ฯ ข้อ 87) และ “คณะจะจัดบ้านที่เหมาะสมสำหรับผู้รับการอบรมแต่ละขั้น เพื่อให้การอบรมเป็นไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ภายใต้การดูแลของภคินีซึ่งผู้ใหญ่ของคณะมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบ” (ระเบียบการของคณะ ข้อ 63) ขั้นตอนการอบรมที่สำคัญที่สุดก่อนเข้าสู่ชีวิตนักบวช คือ นวกภาพ ดังนั้น ผู้ใหญ่ของคณะจึงให้ความสำคัญแก่สถานอบรมนวกนารี ที่เรียกว่า “นวกสถาน”เป็นพิเศษ
คณะภคินีผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ เริ่มมีนวกสถานแห่งแรกที่บางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม ในปี 1937 ที่ฝั่งตรงข้ามอาสนวิหารบางนกแขวก ต่อมาในปี 1939 ย้ายข้ามฟากไปอยู่บริเวณโรงเรียนนารีวัฒนาและดำเนินการไปจนถึงปี 1955 เป็นเวลรวม18 ปี นวกาจารย์คนแรกคือคุณแม่อันตนเนียตตา โมเรลลาโต ธ.มอ. (ปี 1937-1952) และคุณแม่เอสเตรีนา ปรันโด ธ.ม.อ. (ปี 1952-1956) มีผู้สมัครเข้านวกภาพ รวม 53 คน ถวายตัว 41 คน (ลาออกภายหลังถวายตัว 7 คน เสียชีวิตไปแล้ว 13 คน)
เมื่อคณะขยายงานโดยส่งซิสเตอร์ไปประจำตามวัดต่าง ๆ ของสังฆมณฑล เพื่อความสะดวกและเหมาะสมได้มีการย้ายนวกสถานไปที่ราชบุรี คือ ที่อารามเซนต์เมรี่คอนแวนต์ (โรงเรียนนารีวิทยา) ราชบุรี เริ่ม ปี 1955 ถึง 1970 รวมเวลา 15 ปี โดยมีนวกาจารย์ 3 คน คือ คุณแม่เอสเตรีนา ปรันโด (ปี 1952-1956) คุณแม่อาคาทา ลัดดา สัตย์วินิจ (ปี 1956-1967) ซิสเตอร์เซซิล จำเนียร ชุนฟ้ง (ปี1967-1974) มีผู้สมัครเข้านวกภาพ รวม 37 คน ถวายตัว 30 คน(ลาออกหลังถวายตัว 6 คนเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน )
ต่อมา งานของคณะขยายลงไปทางภาคใต้ด้วย จึงได้มีการย้ายนวกสถานอีกครั้งหนึ่งไปที่ โรงเรียนธิดาแม่พระ สุราษฎร์ธานี เริ่มปี 1970-1985 รวม 15 ปี มีนวกาจารย์ 4 คน คือ ซิสเตอร์เซซิล จำเนียร ชุนฟ้ง (ปี 1967-1974) ซิสเตอร์อังเนส วิไลวรรณ ยนปลัดยศ (ปี1974-1978) ซิสเตอร์มาเรีย สมปอง ทับปิง (ปี1978-1981) ซิสเตอร์มาเรีย พวงผกา ราชธน (ปี1981-1983) และซิสเตอร์เซซิล จำเนียร ชุนฟ้ง (ปี 1983-1985) มีผู้สมัครเข้านวกภาพ รวม 56 คน ถวายตัว 42 คน (ลาออกหลังถวายตัว 12 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน)
ที่สุด คณะโดยทางคุณแม่อธิการิณีเจ้าคณะขณะนั้น คือ คุณแม่มาเรีย ยี่สุ่น โลนา และคณะที่ปรึกษา เล็งเห็นว่า สามพรานเป็นสถานที่เหมาะสมเพื่อการอบรมนวกนารี ได้อาศัยการอบรมร่วมกับบ้านอบรมในครอบครัวซาเลเซียนทั้งชายและหญิงที่มีบ้านอบรมที่สามพราน และยังสามารถร่วมโครงการอบรมของศูนย์นักบวชหญิง สามพรานด้วย จึงได้ย้ายนวกสถานจากสุราษฎร์ธานีมาที่สามพราน เริ่มในปี 1985 ถึงปัจจุบัน ครบ 25 ปีในปีนี้ (2010) โดยมีนวกาจารย์ 7 คน คือ ซิสเตอร์เซซิล จำเนียร ชุนฟ้ง (ปี 1983-1985) ซิสเตอร์วิไลวรรณ ยนปลัดยศ (ปี 1985-19886) ซิสเตอร์พวงผกา ราชธน (ปี1986-1988) ซิสเตอร์มะลิวัลย์ ปรมัตถ์วิโรจน์ (ปี1988-1997) ซิสเตอร์สุธี เจริญพานิช (ปี1997-2000) ซิสเตอร์อุรษา ทองอำไพ (ปี 2000-2008) ซิสเตอร์พนารัตน์ เพ่งพินิจ (ปี 2008- 2015) ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ ( ปี2015- ปัจจุบัน ) มีผู้สมัครเข้านวกภาพ รวม 66 คน ถวายตัว 44 คน (ลาออกหลังถวายตัว 11 คน)
2. นวกสถานแม่พระนิรมล สามพราน
ที่ตั้ง : 124 หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73110
วันเปิด : เปิดและเสกเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 1985 โดย เอกอัครสมณทูตวาติกัน ประจำประเทศไทย ฯพณฯ เรนาโต มาร์ตีโน ฯพณฯ ไมเคิล มีชัย กิจบุญชู และ ฯพณฯ เปโตร คาเร็ตโต มีพระสังฆราช พระสงฆ์ และพี่น้องสัตบุรุษมากมายร่วมพิธี
ในวันเปิดและเสกนวกสถาน ยังมีพิธีปฏิญาณครั้งแรกของสมาชิกด้วย คือ ซิสเตอร์เทเรซา นิตยา โจสรรค์นุสนธิ์ และซิสเตอร์เทเรซา ธิดาเพ็ญ จรัสศรี ซึ่งทำการฉลองครบ 25 ปี แห่งการถวายตัวแด่พระเจ้าพร้อมกับการฉลองครบ 25 ปี ของนวกสถานแห่งนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับนวกสถานแห่งนี้ ที่พวกเขาพร้อมกับนวกาจารย์ในขณะนั้น คือ ซิสเตอร์เซซิล จำเนียร ชุนฟ้ง และคุณแม่อาคาทา ลัดดา สัตย์วินิจ ได้ล่วงหน้ามาช่วยกันตระเตรียมสถานที่ ทำความสะอาดและตกแต่งด้วยต้นไม้ดอก ไม้ประดับและไม้ผล เตรียมการเพื่อพิธีเปิดนวกสถาน ขณะที่เตรียมถวายตัวทั้งครบแด่พระเจ้าไปพร้อม ๆ กัน
นวกสถานแห่งนี้ นอกจากเป็นสถานที่อบรมนวกนารีที่เตรียมถวายตัวแด่พระเป็นเจ้าในกระบวนการสุดท้ายแล้ว ยังเป็นสถานที่จัดอบรมสำหรับอัสปิรันต์ (หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 6) การอบรมโปสตุลันต์ และการอบรมภคินีผู้เยาว์ รวมทั้งการอบรมต่อเนื่องด้วย โดยการจัดอบรมของคณะ หรือการไปรับการอบรมที่ศูนย์นักบวชหญิงที่อยู่ใกล้ ๆ นอกจากนั้น ก็มีส่วนในงานอภิบาลกลุ่มคริสตชนของวัดนักบุญเปโตร สามพราน เฉพาะอย่างยิ่งที่หมู่บ้านเปโตรพิทักษ์ เป็นการแบ่งปันชีวิตกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน และฝึกงานไปด้วย
เราร่วมกันโมทนาคุณพระเจ้า สำหรับธารพระพรตลอด 25 ปี ที่พระองค์ประทานให้คณะผ่านทางภารกิจการอบรมของนวกสถานแห่งนี้ รวมทั้งระลึกคุณบุคคลมากมายที่ได้ทุกเทและสนับสนุนภารกิจของนวกสถาน ทั้งทางตรงและด้วยวิธีการต่างๆ เราไม่สามารถระบุนามของทุกๆ ท่าน ณ ที่นี้ แต่วอนขอพระเจ้าทรงตอบแทนทุก ๆ ท่านด้วยพระพรที่แต่ละท่านต้องการ หลายท่านได้กลับไปหาพระบิดาเจ้าแล้ว ขอพระองค์ประทานสันติสุขแก่ทุกท่านเทอญ
ปีการศึกษา 2558/2015
สมาชิกบ้านนวกสถานฯ อธิการิณี ซิสเตอร์พนารัตน์ เพ่งพินิจ นวกาจารย์คือ ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ ภคินีผู้เยาว์ 1 คน เรียนคริสตศาสตร์ที่วิทยาลัยแสงธรรม นวกนารีปีที่หนึ่ง 2 คน โปสตุลันต์ 2 คนและอัสปิรันต์ปีหนึ่ง 6 คน
ปีการศึกษา 2559/2016
สมาชิกบ้านนวกสถานฯ อธิการิณี ซิสเตอร์พนารัตน์ เพ่งพินิจ นวกาจารย์คือ ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ ภคินีผู้เยาว์ 1 คน เรียนคริสตศาสตร์ที่วิทยาลัยแสงธรรม นวกนารีปีที่สอง 2 คน นวกนารีปีที่หนึ่ง 2 คน อัสปิรันต์ปีหนึ่ง 6 คนและอัสปีรันต์ปีสอง 6 คน
ปีการศึกษา 2560/2017
สมาชิกบ้านนวกสถานฯ อธิการิณี ซิสเตอร์พนารัตน์ เพ่งพินิจ นวกาจารย์คือ ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ ซิสเตอร์สุภาวดี แข็งกิจ พักรักษาตัว ภคินีผู้เยาว์ 3 คน เรียนคริสตศาสตร์ที่วิทยาลัยแสงธรรม นวกนารีปีที่สอง 1 คน โปสตูลันต์ 5 คน อัสปีรันต์ปีสาม 2 คน อัสปิรันต์ปีสอง 5 คนและอัสปีรันต์ปีหนึ่ง 2 คน
ปีการศึกษา 2561/2018
สมาชิกบ้านนวกสถานฯ อธิการิณี ซิสเตอร์สมปอง ทับปิง นวกจารย์คือ ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ ซิสเตอร์สุภาวดี แข็งกิจ ดูแลภคินีผู้เยาว์ที่กำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยแสงธรรม ภคินีผู้เยาว์ 3 คน เรียนคริสตศาสตร์ที่วิทยาลัยแสงธรรม นวกนารีปีหนึ่ง 4 คน โปสตูลันต์ 2 คน อัสปีรันต์ปีสาม 4 คน และอัสปีรันต์ปีสอง 1 คน
ปีการศึกษา 2562/2019
สมาชิกบ้านนวกสถานฯ อธิการิณี ซิสเตอร์สมปอง ทับปิง นวกจารย์คือ ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ ซิสเตอร์สุภาวดี แข็งกิจ พักภารกิจ นวกนารีปีสอง 4 คน นวกนารีปีหนึ่ง 2 คน โปสตูลันต์ 5 คน อัสปีรันต์ปีหนึ่ง 4 คน
ปีการศึกษา 2563/2020
สมาชิกบ้านนวกสถานฯ อธิการิณี ซิสเตอร์อุรษา ทองอำไพ นวกจารย์คือ ซิสเตอร์อริสรา สุริปะ ซิสเตอร์สุภาวดี แข็งกิจ พักภารกิจ นวกนารีปีสอง 2 คน นวกนารีปีหนึ่ง 4 คน อัสปีรันต์ปีสอง 2 คน อัสปีรันต์ปีหนึ่ง 1 คน

บ้านศูนย์กลางของคณะ
ที่ตั้ง 230/2 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110
โทร 0-3253-2625
ปี 1998 พิธีเสกอาคารและเปิดอย่างเป็นทางการ
จุดประสงค์
1. เป็นสำนักงานอธิการิณีเจ้าคณะที่ปรึกษา
2. เป็นบ้านอบรมฟื้นฟูจิตใจของสมาชิกของคณะ
3. เป็นสถานที่อบรม สัมมนา ฟื้นฟูจิตใจ นักบวช ครู นักเรียนระดับมัธยม ผู้ร่วมงาน และศิษย์เก่า
4. เปิดเป็นศูนย์เยาวชนวันอาทิตย์ ฝึกอาชีพ เพื่อการเป็นหัวหน้างานด้านอาชีพสำนักงานกลางคณะผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
ปีการศึกษา 2558/2015
ปีการศึกษา 2559/2016
ปีการศึกษา 2560/2017
สำนักงานกลางคณะผู้รับใช้ฯ ฉลองบ้านครบรอบ 20 ปี (1997-2017)
ซิสเตอร์สมปอง ทับปิง อธิการบ้าน
ซิสเตอร์ธิดาเพ็ญ จรัสศรี
ซิสเตอร์อุทุมพร แซ่โล้ว ผู้ดูแลเยาวนารีม.ต้น
เยาวนารีทั้งหมด 12 คน
ปีการศึกษา 2561/2018
ซิสเตอร์ธิดาเพ็ญ จรัสศรี อธิการบ้าน
ซิสเตอร์พนารัตน์ เพ่งพินิจ
ซิสเตอร์อุทุมพร แซ่โล้ว ผู้ดูแลเยาวนารีม.ต้น
เยาวนารีทั้งหมด 15 คน จาก 5 สังฆมณฑล คือ สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี สังฆมณฑลอุดรธานี สังฆมณฑลกรุงเทพฯและสังฆมณฑลเชียงใหม่
ปีการศึกษา 2562/2019
ซิสเตอร์ธิดาเพ็ญ จรัสศรี อธิการบ้าน
ซิสเตอร์พนารัตน์ เพ่งพินิจ
ซิสเตอร์อุทุมพร แซ่โล้ว ผู้ดูแลเยาวนารีม.ต้น
เยาวนารีทั้งหมด 19 คน จาก 5 สังฆมณฑล คือ สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี สังฆมณฑลอุดรธานี สังฆมณฑลกรุงเทพฯและสังฆมณฑลเชียงใหม่
ปีการศึกษา 2563/2020
ซิสเตอร์มีนา พึ่งพรพระ อธิการบ้าน
ซิสเตอร์อุทุมพร แซ่โล้ว ผู้ดูแลเยาวนารีม.ต้น
ซิสเตอร์คีตภัทร รักบ้านไทย ผู้ช่วยผู้ดูแลเยาวนารี ม.ต้น
เยาวนารีทั้งหมด 27 คน จาก 4 สังฆมณฑล คือ สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี สังฆมณฑลกรุงเทพฯและสังฆมณฑลเชียงใหม่
พบกับเราได้ที่นี่ https://www.facebook.com/generlatehouse
คณะภคินีผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์
230/2 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110